สถานทูตโปรตุเกสในกรุงเทพฯ (Embassy of Portugal, Bangkok)

Operating Hours

By appointment only

สถานทูตโปรตุเกสในกรุงเทพฯ จุดสูงสุดของมิตรภาพยาวนาน 500 ปี

ถ้าคุณเอาขนมไทยอย่าง ทองหยิบ ให้คนโปรตุเกสลองชิม เขาอาจจะถามคุณว่านี่คือ “ตรูซูช ดาช กัลดัช” (Trouxas das caldas) พร้อมกับทำหน้าสงสัย และสถานการณ์เดียวกันก็คงจะเกิดขึ้น ถ้าเปลี่ยนขนมเป็นฝอยทอง พวกเขาจะเรียกมันว่า “ฟีอูซเดอออวูซ” (fios de ovos) ปฏิกิริยาตอบสนองเหล่านี้เป็นเครื่องสะท้อนความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างโปรตุเกสกับไทย กว่า 500 ปีของการมีปฏิสัมพันธ์อันดีส่งผลทางด้านวัฒนธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย สำหรับประเทศไทย โปรตุเกสทิ้งร่องรอยวัฒนธรรมไว้ในของหวานอย่างเด่นชัด

ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-โปรตุเกสนั้นเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 15 เมื่อโปรตุเกสเข้ามาติดต่อกับไทยเพื่อรักษาอำนาจทางเศรษฐกิจและอิทธิพลทางการค้า กระทั่งปี พ.ศ. 2088 สยามจึงยอมรับโปรตุเกสในฐานะพันธมิตร จากการช่วยร่วมรบกับพม่าที่เชียงกราน ชาวโปรตุเกสได้รับการจัดสรรที่ดินในอยุธยา โดยสมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงให้ลงหลักปักฐาน สร้างบ้านและโบสถ์ได้ หลังจากนั้น จึงตามมาด้วยช่วงเวลาแห่งการผสมผสานทั้งสองวัฒนธรรม มารี กีมาร์ เดอ ปีนา ชาวสยามลูกหลานชาวโปรตุเกส ที่เกิดที่หมู่บ้านโปรตุเกสในอยุธยา เป็นผู้เริ่มทำฝอยทอง

ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศนั้นแข็งแกร่งมาก ถึงแม้ว่าอาณาจักรอยุธยาจะล่มสลายลงในช่วงปี 1760s ชาวโปรตุเกสก็ยังเลือกที่จะตามชาวสยามมายังเมืองหลวงแห่งใหม่ ที่กรุงเทพฯ นี้เองพวกเขาตั้งถิ่นฐานใน 2 ย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา คือย่านกุฎีจีน และตลาดน้อย มรดกที่ชาวโปรตุเกสทิ้งไว้นั้นมีอยู่หลายแห่ง ทั้งโบสถ์ซางตาครู้ส โบสถ์กาลหว่าร์ และสิ่งก่อสร้างของสถานทูตโปรตุเกสในย่าน Creative District ในปี พ.ศ. 2363 พระบาทสมเด็จพระจอมเหล่าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานที่ดินในย่านบางรักเพื่อสร้างเป็นสถานกงสุลโปรตุเกสแห่งแรก ซึ่งกลายมาเป็นสถานทูตโปรตุเกสในทุกวันนี้

Explore Categories

Choose a category to explore

Choose a pier

Choose a type of venue

Choose an option

Choose a location